Home / general / หลักกาลามสูตร ของพระพุทธเจ้า
Photo Credit: SarahDepper via Compfight cc
Photo Credit: SarahDepper via Compfight cc

หลักกาลามสูตร ของพระพุทธเจ้า

ผู้คนในปัจจุบันนี้มักจะใช้ความต้องการ ความคิดเห็น ของตนเองเป็นตัวตัดสินคนอื่น เพราะอย่างไหร่แล้วคนส่วนใหญ่จะมีความคิดที่เห็นว่าตนเองนั้นเก่ง นั้นฉลาด ชั้นถูกเสมอไม่ว่าจะทำอะไรที่ไหนกับใคร คนประเภทนี้จะใช้คำพูดหว่านล้อมต่างๆมากมายเพื่อยกความดีความชอบให้แก่ตนเอง โดยเฉพาะในปัจจุบันที่สังคมส่วนใหญ่ถูกชักจูงได้อย่างง่ายดายจากการนำเสนอของสื่อต่างๆ ทั่งทางโทรทัศน์ ทางวิทยุ หรือแม้กระทั่งสื่อออนไลน์ ก็ล้วนแต่มีการนำเสนอที่จริงบ้างเท็จบ้าง เพื่อตอบสนองผลประโยชน์แก่ตนเองและพวกพ้อง ทำให้คนส่วนใหญ่มัวเมาไปกับการนำเสนอของสื่ออย่างช่วยไม่ได้ จากเหตุผลต่างๆนาๆมากมายเหล่านี้ทำให้เกิดหลักคำสอนของพระพุทธเจ้าขึ้นมาโดยชื่อว่า หลักกามสูตร 10 ประการ

กาลามสูตรกังขานิยฐาน 10 หมายถึง วิธีปฎิบัติในเรื่องที่ควรสงสัย หรือหลักความเชื่อ ที่ตรัสไว้ในกาลามสูตร

  1. อย่าปลงใจเชื่อ ด้วยการฟังตามกันมา (มา อนุสฺสเวน)
  2. อย่าปลงใจเชื่อ ด้วยการถือสีบๆกันมา (มา ปรมฺปราย)
  3. อย่าปลงใจเชื่อ ด้วยการเล่าลือ (มา อิติกิราย)
  4. อย่าปลงใจเชื่อ ด้วยการอ้างตำรา หรือคัมภีร์ (มา ปิฏกสมฺปทาเนน)
  5. อย่าปลงใจเชื่อ เพราะตรรก (มา ตกฺกเหตุ)
  6. อย่าปลงใจเชื่อ เพราะอนุมาน (มา นยเหตุ)
  7. อย่าปลงใจเชื่อ ด้วยการคิดตรองตามแนวเหตุผล (มา อาการปริวิตกฺเกน)
  8. อย่าปลงใจเชื่อ เพราะเข้าได้กับทฤษฎีที่พินิจไว้แล้ว (มา ทิฏฐินิชฺฌานกฺขนฺติยา)
  9. อย่าปลงใจเชื่อ เพราะมองเห็นรูปลักษณะน่าจะเป็นไปได้ (มา ภพฺพรูปตาย)
  10. อย่าปลงใจเชื่อ เพราะนับถือว่า ท่านสมณะนี้เป็นครูของเรา (มา สมโณ โน ครูติ)

จากคำสอนของพระพุทธเจ้าที่ได้กล่าวไว้ว่า เมื่อใดแล้วท่านรู้เข้าใจในธรรมเหล่านี้ เป็นอกุศล เป็นกุลศล มีโทษ ไม่มีโทษ เป็นต้นแล้ว จึงควรพิจารณาว่าท่านควรจะปฏิบัติตามหรือควรละตามธรรมนั้นหรือไม่ บ่งบอกว่าการที่สื่อมีการนำเสนอต่างๆมากมายให้เราได้รับชมรับฟังนั้นเราควรศึกษา ไตร่ตรองและวิเคราะห์ให้ดีเสียก่อน เพราะไม่ว่าจะสิ่งใดแล้วหากเกิดแตกต่างจากตัวบุคคลความคิดย่อมต่างกัน จึงไม่มีที่ผิดจริงและถูกจริงเสมอไป จึงควรให้ความเคารพกฏของบ้านเมืองและการตัดสินใจของผู้อื่นด้วย

Comments

comments